ปัจจุบันท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กรณีศึกษาของบริษัทระดับโลกมักมีบทเรียนที่น่าสนใจเสมอ หากจะพูดถึงการปรับตัวครั้งสำคัญ ต้องยกให้กรณีของ Diageo
เจาะลึกวิกฤตที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ต้องสั่นคลอน
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ Diageo เคยถูกยกย่องว่าเป็นสุดยอดบริษัทเครื่องดื่ม ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อมูลค่าตลาดหายไปเกือบหนึ่งในสาม
ปัญหาหลักที่ทำให้องค์กรต้องเผชิญวิกฤตประกอบด้วยหลายปัจจัยดังนี้:
- การยึดติดกับสินค้าระดับบนมากเกินไป: เมื่อผู้บริโภครัดเข็มขัด สินค้าราคาแพงจึงมียอดขายลดลงอย่างชัดเจน
- การมองข้ามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่: Diageo ตามไม่ทันกระแสเครื่องดื่มผสมสำเร็จรูปที่กำลังเติบโต
- ปัญหาด้านการปฏิบัติการ: ระบบการผลิตไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันท่วงที
การมาถึงของ "เดฟที่โหดเหี้ยม" และปฏิบัติการผ่าตัดองค์กร
เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน การดึงตัว Dave Lewis ผู้เชี่ยวชาญการกู้ชีพองค์กรมาเป็นผู้นำคือทางออก ภารกิจของเขาคือการปรับโครงสร้างที่เจ็บปวดแต่จำเป็น
กลยุทธ์ที่ Lewis นำมาใช้คือการล้างไพ่ชั้นผู้บริหารและปรับปรุงโครงสร้างภายใน:
- การล้างบางผู้บริหารชุดเดิม: ผู้บริหารที่อยู่มายาวนานหลายคนต้องสละตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้แนวคิดใหม่
- การปรับโครงสร้างภูมิภาคใหม่: การลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานอิสระเพื่อความคล่องตัว
- การกระจายอำนาจการตัดสินใจ: ความคล่องตัวเกิดจากการที่หน้างานสามารถแก้ปัญหาได้ทันที
สิ่งที่นักธุรกิจควรเรียนรู้จากกรณีศึกษา Diageo
สิ่งที่คนทำธุรกิจต้องจดจำจากเหตุการณ์นี้ประกอบด้วยหลักการ 4 ข้อ: หนึ่งคือการติดกับดักความสำเร็จเดิมคืออันตรายที่สุด การที่องค์กรเคยเป็นผู้นำตลาดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตลอดไปหากไม่ยอมเปลี่ยนมุมมอง
ประการที่สอง ปัญหาภายในมักรุนแรงกว่าปัจจัยภายนอก ความล้มเหลวในการอ่านเทรนด์ตลาดคือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบโดยตรง
ประการที่สาม การปฏิรูปมักมาพร้อมความเจ็บปวด ผู้บริหารที่เก่งต้องกล้าทำในสิ่งที่ยากเพื่อรักษาส่วนรวมเอาไว้
ประการสุดท้าย ความคล่องตัวคืออาวุธที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ในโลกที่ขยับเร็ว ใครที่ขยับตัวได้ก่อนย่อมมีโอกาสชนะมากกว่า
แม้การปฏิรูปจะเริ่มขึ้นแล้วแต่ความท้าทายยังคงรออยู่ read more ด้วยทรัพยากรและมูลค่าแบรนด์ที่มีอยู่ มีความเป็นไปได้สูงที่ Diageo จะกลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้ง